แฉสนั่น!เชลซีทุ่มไม่อั้นกระชาก “ฮาแวร์ทซ์” ร่วมทัพ

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี พร้อมทุ่มเต็มสูบเพื่อคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ดาวโรจน์จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมทัพ แต่งานนี้อาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะมาก เพราะมีสโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีมจ้องดึงนักเตะรายนี้ไปร่วมทัพเช่นกัน
               เดลี่ เมล สื่อดังในเมืองผู้ดี รายงาน เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมยื่นข้อเสนอจำนวน 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท) ให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพื่อยอมปล่อย ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง มาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

              "สิงโตน้ำเงินคราม" เพิ่งมีข่าวควักกระเป๋าถึง 53 ล้านปอนด์ (ราว 2,014 ล้านบาท) เพื่อซื้อตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอตแอร์เบ ไลป์ซิก เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเปิด และตอนนี้พวกเขาอยากได้แนวรุกริมเส้นเพื่อมาแทน วิลเลี่ยน และ เปโดร ที่ปัจจุบันเตรียมจะโบกมือลาต้นสังกัดในเร็วๆ นี้

              สื่อผู้ดี คาดว่า ฮาแวร์ทซ์  เป็นนักเตะที่พวกเขาต้องการอย่างมาก แม้ว่า เชลซี จะต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้านักเตะรายนี้มาร่วมทีม เนื่องจากมีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป อย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ก็แสดงความสนใจอยากได้ มิดฟิลด์ดาวโรวจ์ วัย 20 ปีไปใช้บริการเช่นกัน

              ทั้งนี้ ทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด พร้อมที่จะจ่ายไม่อั้นเพื่อจะได้ ฮาแวร์ทซ์ ซึ่งซัดไป 5 ประตูจาก 4 เกมนับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีกา กลับมาแข่งต่อ โดยว่ากันว่านักเตะมีค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 75 ล้านปอนด์ และยังมีสัญญาอยู่กับ "ห้างขายยา" จนถึงปี 2022

ส่องภาพครูสอนพิลาทิสสาวเกาหลี สวยสะกดทุกสายตาที่จับจ้อง !!

ส่องความสวยเซ็กซี่ของครูสอนพิลาทิสสุดฮอต จากเกาหลีใต้ ในไอจี @slowswan ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 4 แสนคน ด้วยรูปร่างโดนใจบวกกับหน้าตาสวยสดงดงามของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจชาวเน็ต โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ราวกับเน็ตไอดอลไปแล้วตอนนี้

ดาวรุ่งก็มา-แข้งเก๋าก็มี ! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ซ้อมพร้อมดวล เอฟเวอร์ตัน

ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าช่วงเวลาที่แฟนลูกหนังอังกฤษรอคอยใกล้จะมาถึงแล้ว เพราะเหลืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ เกมพรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข่งกันต่อ หลังจากต้องหยุดชะงักเพราะพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยงานนี้ ลิเวอร์พูล ยังคงฝึกซ้อมหนักเพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับคืนสนามในรอบเกือบ 3 เดือน

    "หงส์แดง" กำลังจะยุติเส้นทางการรอคอยที่แสนยาวนานถึง 30 ปีในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของพวกเขา นับตั้งแต่ปี 1990 หลังจากที่ทีมมีคะแนนทิ้งห่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 25 แต้ม และต้องการชัยชนะเพียง 2 เกมจาก 9 แมตช์ทีเหลืออยู่ ก็เพียงพอจะทำให้โทรฟี่พรีเมียร์ลีก ไปประดับตู้โชว์ในถิ่นแอนฟิลด์

    สำหรับการฝึกซ้อมครั้งล่าสุดที่สนามเมลวูด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมเคราดก ตัดสินใจที่จะให้นักเตะดาวรุ่งหลายคนได้มีส่วนร่วมกับการซ้อมกับบรรดาแข้งทีมชุดใหญ่ และงานนี้พวกเขาพยายามที่จะทำผลงานเพื่อสร้างความประทับใจให้กับโค้ช และกุนซือชาวเยอรมัน

 

    ในขณะเดียวกับนักเตะที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสอย่าง ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ทำให้ คล็อปป์ ประทับใจมากๆ กับทัศนคติที่พร้อมรับฟังคำแนะนำจากโค้ชเพื่อที่จะพัฒนาฝีเท้าของตนเอง นอกจากนี้นักเตะหลายคนของทีมแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะ ซึ่งทำให้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช ประทับใจมากๆ

    การซ้อมครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการลงเล่นเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน ครั้งแรกนับตั้งแต่งที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ และอาจจะเป็นแมตช์ชี้ชะตาแชมป์ลีกก็ได้ ฉะนั้นการซ้อมครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างมาก

     ยาสเซอร์ ลารูซี่ มีลุ้นอยู่ทีมชุดใหญ่

    สำหรับตอนนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจที่จะดันนักเตะดาวรุ่งหลายคนมาร่วมฝึกซ้อมกับบรรดาแข้งรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ เพราะดูเหมือนว่าเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการให้โอกาสนักเตะวัยละอ่อนเหล่านี้ได้ลงสนามมากขึ้นในช่วงทีเหลืออยู่ของซีซั่น 2019/2020

    แข้ง "หงส์วัยกระเต๊าะ" หลายคนที่ทำผลงานได้ดีเมื่อได้รับโอกาสลงเล่นโดยเฉพาะในเกม คาราบาว คัพ กับ เอฟเอ คัพ ในซีซั่นนี้ แต่น่าเสียดายที่โอกาสพัฒนาศักยภาพต้องหยุดชะงักเนื่องจากเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา

 

    หลังจากที่ตอนนี้มีการยืนยันว่าเกมพรีเมียร์ลีกจะกลับมาแข่งกันต่อให้จบ ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมาฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และงานนี้ คล็อปป์ ตัดสินใจให้นักเตะดาวรุ่งมาร่วมซ้อมด้วย โดยมีความเป็นไปได้ที่เขาจะให้โอกาสกับเด็กๆ เหล่านี้ได้ลงสนามในเกมลีก

    อย่างในกรณีของ ยาสเซอร์ ลารูซี่ ที่ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2017 ค่อยๆ พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ โดยตอนแรกที่สวมเครื่องแบบ "หงส์แดง" เจ้าตัวเล่นตำแหน่งปีก แต่ปัจจุบันขยับมาเล่นแบ็กซ้าย แถมยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับทัพ "เดอะ เร้ดส์" จูเนียร์ ในชุดแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ในฤดูกาล 2018/19

    ลารูซี่ เริ่มมีแววกับ ลิเวอร์พูล หลังจากได้ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ซัมเมอร์ที่ผ่าน และยังมีส่วนในการเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้นักเตะยังได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ 2 เกมในศึกเอฟเอ คัพ หนึ่งในนั้นก็คือเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

     เนโก วิลเลี่ยมส์ ก็มาเหมือนกัน

    ต้องยอมรับว่า เนโก วิลเลี่ยมส์ เป็นอีกหนึ่งแข้งดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก และแน่นอนว่า คล็อปป์ เล็งเห็นศักยภาพของนักเตะรายนี้ และให้โอกาสเขาได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เพื่อหวังที่จะพัฒนาผลงานของเจ้าตัว และสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีมชุดใหญ่ในอนาคต

 

    แบ็กขวาชาวเวลส์ เข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของ "หงส์แดง" ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวัยละอ่อนชุดแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ในซีซั่น 2018/19 โดยนักเตะมีโอกาสได้เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ช่วงต้นฤดูกาลนี้ในเกมสุดมั่นที่ชนะจุดโทษ อาร์เซน่อล ศึกคาราบาว คัพ และยังได้เล่นเกมเอฟ เอ คัพ อีก 4 เกม

    ผลงานของ วิลเลี่ยมส์ ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก และทำให้หลายๆ คนเริ่มนำไปเปรียบเทียบกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับสไตล์การเล่นเกมบุกที่ดุดัน และยังมีจุดเด่นในเรื่องเกมรับ ที่สำคัญตอนนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี พยายามทำงานหนัก และหวังว่าการได้โอกาสซ้อมกับรุ่นพี่ จะทำให้ คล็อปป์ มองเห็นศักยภาพของเขา และจับลงเล่นมากขึ้นในอนาคต

     มินามิโนะพร้อมรับฟังคำแนะนำเสมอ

    ต้องยอมรับว่า  ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางชาวญี่ปุ่น ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก หลังจากที่นักเตะย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ คล็อปป์ ยังคงมองว่า จอมทัพแดนซามูไร ยังเป็นนักเตะสำคัญของทีมแน่นอน

 

    มินามิโนะ ระเบิดฟอร์มสุดยอดให้กับ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก โดยเฉพาะในเกมที่ปะทะกับ "หงส์แดง" ทั้ง 2 แมตช์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยเหตุนี้ทำให้ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ต้องสะกิดบอร์ดบริหารให้รีบดึงแข้งรายนี้มาเสริมทัพ เพื่อทำให้ทีมมีขุมกำลังเชิงลึกที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

    แม้ว่านักเตะจะยังไม่สามารถปรับตัวกับทีมได้ แต่สำหรับ คล็อปป์ ยังคงมองว่า มินามิโนะ เป็นส่วนหนึ่งของทีม และพร้อมให้โอกาสเขาเสมอ เพราะ ดาวเตะจากดินแดนซามูไร เป็นหนึ่งในผู้เล่นในแบบที่เขาต้องการ และสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมบุก

    สำหรับ มินามิโนะ ถือเป็นนักเตะที่พร้อมรับฟังทุกคำแนะนำจากโค้ชเสมอ โดยในการซ้อมครั้งนี้เจ้าตัวก็ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ด้วยการรับฟังคำแนะนำจากโค้ชแบบตัวต่อตัวในช่วงที่ฝึกซ้อม ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นการแสดงทัศนคติที่ดีเยี่ยมในแบบที่คล็อปป์ ต้องการ

    ก่อนกลับมาแข่งควรตัดผมให้เรียบร้อย

    นับตั้งแต่ที่รัฐบาลอังกฤษผ่อนคลายกฎล็อกดาวน์ ทำให้แฟนลูกหนัง โดยเฉพาะสาวก "เดอะ ค็อป" ได้เห็นนักเตะขวัญใจของพวกเขาในรูปลักษณ์ที่แปลกตา โดยเฉพาะทรงผมซึ่งแต่ละคนแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ผ่านมือช่างตัดผมมานานหลายเดือน

 

    หากเราๆ ท่านๆ ติดตามข่าวสารวงการกีฬา จะเห็นนักเตะหลายคนเลือกใช้บริการของแฟนหรือภรรยาในการลงมือจับบัตตาเลี่ยนกล้อนผม หรือโกนหนวดเครา ให้เพื่อหน้าตาดูสดใส ไม่หม่นหมองห่อเหี่ยวในช่วงที่ต้องกักตัวหนีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    อย่างไรก็ตาม มีนักเตะหลายคนที่ไม่ค่อยเชื่อใจคู่รักของตนเอง และเลือกที่จะปล่อยให้ผมยาวรุงรัง อย่างเช่น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์ดโนลด์ และอีกหลายๆ คนที่ยังคงปล่อยตัวเองให้ดูโทรม แอนด์เซ่อในช่วงระหว่างที่ฝึกซ้อม

    กระนั้นเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ "หงส์แดง" ต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เมื่อเกมลีกกลับมาแข่งกันต่อ บรรดาขุนพล ลิเวอร์พูล คงจะกลับมาหล่อเหลาเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ต่อให้ผมยาวฟูฟ่อง ก็ไม่ได้เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของพวกเขาอยู่ดี
 
    คล็อปป์แฮปปี้ยิ้มหน้าบาน

    ในช่วงเวลานี้ ต้องยอมรับว่า คล็อปป์ แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนที่ได้เห็นลูกทีมกลับมาฝึกซ้อมร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักไปเกือบ 3 เดือน เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ "โควิด-19"

 

    แม้ว่าแข้ง "เดอะ เร้ดส์" จะไม่ได้ฝึกซ้อมร่วมกันมานานก็ตาม แต่ดูเหมือนพวกเขายังคงมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ ที่เป็นแบบนี้เพราะช่วงล็อกดาวน์ลูกทีมของคล็อปป์ ยังคงฝึกซ้อมตามโปรแกมที่โค้ชสั่ง รวมไปถึงการกินอาหารตามหลักโภชนาการเพื่อไม่ให้มีไขมันส่วนเกิน

    แน่นอนว่าการปฏิบัติตัวของนักเตะในช่วงล็อกดาวน์ จึงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ คล็อปป์ จะยิ้มหน้าระรื่น และดูผ่อนคลายสุดๆ เวลาที่เห็นลูกทีมกลับมาฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบ เพราะทุกคนมีสภาพความฟิตที่สมบูรณ์ และพร้อมที่จะลงแข่งอย่างเต็มที่

เปิดเหตุผล โรบินโญ่ สนใจมาเล่นไทยลีก

หลังจากมีข่าวลือว่า โรบินโญ่ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลที่ผ่านการค้าแข้งทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เอซี มิลาน  ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ในตุรกี ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีการเปิดเผยจาก เอเย่นต์ว่าดาวเตะวัย 36 ปีสนใจที่จะมาค้าแข้งไทยลีก
     ข่าวดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นความจริงหรือเปล่าแต่ถ้าลองวิเคราะห์เหตุผลสำคัญที่ โรบินโญ่ จะมาเล่นไทยลีกยังพอมีมูลอยู่แต่ขอตัดเรื่องมาโกยเงินเพราะอย่างที่ทราบว่าสโมสรในไทยไม่ได้เงินถุงเงินถังเหมือนกับในลีกตะวันออกกลางหรือลีกจีน

    เรื่องแรกคงจะเป็นเรื่องของการที่ไทยลีกมีการเปิดตลาดซื้อขายรอบพิเศษ เพราะว่าสัญญาของ โรบินโญ่ นั้นจะหมดลงกับทีมในลีกตุรกีในวันที่ 30 มิถุนายน เท่ากับว่าเป็นฟรีเอเย่นต์และถ้า โรบินโญ่ อยากเล่นฟุตบอลต่อแบบเร็วๆไทยลีกเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะสามารถเซ็นสัญญาได้เลยและจะได้ลงเล่นในเดือนกันยายนนี้ทันที

    เรื่องต่อมา โรบินโญ่ อยากมาอยู่ เมืองไทย แน่นอนศึกฟุตบอลไทยลีกนั้นมีนักเตะบราซิลที่มาค้าแข้งอยู่มากมายและภูมิประเทศในเรื่องของอากาศก็คล้ายๆบราซิลทำให้ปรับตัวได้ไม่ยากรวมไปถึงเมืองไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายให้ได้สัมผัส

    เปิดตลาดอาเซียนพร้อมกับหาลู่ทางหลังเลิกเล่น แน่นอนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือช่วงบั้นปลายอาชีพของ โรบินโญ่ ซึ่งการมาเล่นในไทยหรืออาเซียนอาจเป็นการเปิดตลาดนอกเหนือจากเรื่องฟุตบอลแล้วยังมีเรื่องต่างๆทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์ต่างๆรวมถึงการเริ่มต้นชีวิตการเป็นเฮดโค้ชเหมือนกับนักเตะดังๆอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เพื่อเป็นลู่ทางหลังเลิกเล่นก็เป็นได้

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพียงการคาดเดาและ โรบินโญ่ ยังไม่ได้มาค้าแข้งไทยลีกจริงๆ แต่ถ้าวันไหนเกิดขึ้นจริงรับรองเป็นอีกดีลที่ฮือฮาแน่ๆ

หลุยส์ การ์เซียเผยเก่งแบบชนาธิปทำไมจะเล่นลาลีกาไม่ได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้รับคำชมจาก หลุยส์ การ์เซีย ว่าเป็นผู้เล่นที่แตกต่างจากคนอื่นจึงทำให้สามารถออกไปเล่นยังลีกต่างประเทศได้ โดย ‘ชนาคุง’ ยืนยันว่ามีเป้าหมายจะไปให้ไกลกว่า ลีกญี่ปุ่น ซึ่งอดีตแข้งลิเวอร์พูล เองก็ออกโรงเชียร์พร้อมย้ำให้พัฒนาตัวเองต่อไป

      ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติไทยจากสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร มีโอกาสได้พูดคุยกับ หลุยส์ การ์เซีย อดีตมิดฟิลด์คนดังของ ลิเวอร์พูล ผ่านวีดิโอ คอลล์ โดยที่ทาง ลา ลีกา ได้เชิญสื่อมวลชนในประเทศไทยร่วมสนทนา ซึ่ง การ์เซีย ได้ให้คำแนะนำพร้อมพูดถึงข้อดีที่ แข้งช้างศึกรายนี้ มีดีอยู่ในตัว

     การ์เซีย กล่าวกับ สตาร์เด่นของทัพคอนซะว่า เป็นผู้เล่นที่แตกต่างจากคนอื่น ซึ่งการที่ ชนาธิป มีความสร้างสรรค์ในการเล่น, รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร รวมถึงสร้างความแตกต่างขึ้นมาได้ และที่สำคัญที่สุดคือ การเล่นได้ดีโดยไม่ต้องให้โค้ชมาคอยสั่งว่าต้องทำอะไร ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้ ชนาธิป ยกระดับตัวเองมาเล่นใน เจ ลีก ซึ่งก้าวต่อไปคือการไปเล่นลีกระดับที่สูงมากขึ้นไปอีก

     "การที่คุณเป็นนักเตะที่ต่างออกไปจากคนอื่นๆ ทำให้คุณได้ก้าวมาถึงจุดนี้ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเตะในชาติอย่างไทย, อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ต้องทำตามคุณ" การ์เซีย กล่าวยืนยัน

     สำหรับ ชนาธิป ที่ยังอายุแค่ 26 ปีถือว่ายังมีเส้นทางอาชีพอีกยาวไกล เรื่องนี้เอง การ์เซีย ก็ย้ำว่าดาวเตะทีมชาติไทยยังพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ โดยทาง ‘ชนาคุง’ ก็พูดกลับไปทันทีว่าตัวเองอยากเป็นนักเตะที่เก่งกว่านี้ พร้อมเผยตอนนี้ต้องการมากกว่าแค่การเล่นใน ลีกอาทิตย์อุทัย

"ผมอยากเก่งให้ได้มากกว่านี้อีกครับ"

      "ก่อนหน้านี้ความฝันของผมคือการมาเล่นที่ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ผมต้องการเรื่องที่มากกว่านั้นแล้ว ผมอยากทดสอบตัวเองด้วยการไปเล่นในทวีปยุโรป"

     ซึ่งทาง โฆเซ่ มาเรีย โกตอร์ เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของ ลา ลีกา ประจำภูมิภาคอาเซียน ที่ร่วมวงสนทนาด้วย ก็เชียร์ให้ ดาวเตะร่างจิ๋ว ได้มาเล่นในลีกสูงสุดแดนกระทิงดุ และแน่นอน ชนาธิป ก็บอกไปว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากไปเล่นที่นั่นเหมือนกัน พร้อมกับเสียงของ การ์เซีย ที่บอกมาว่า เป็นเรื่องดีที่สุด

     "ก่อนหน้านี้ผมพูดเกี่ยวกับความสำคัญ และคุณก็จำเป็นต้องมีความทะเยอทะยานถ้าหากอยากจะเก่งขึ้น"

     "ถ้าคุณอยากเก่งขึ้น หากคุณอยากจะพัฒนาตัวเองต่อไป คุณก็ต้องมีความทะเยอทะยาน อย่างเช่นความรู้สึกที่ว่า -ใช่ ฉันมีความสุข ฉันกำลังสนุกกับการเล่นในลีกญี่ปุ่น แต่ฉันต้องการมากกว่านั้น"

     "นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณเก่งขึ้นได้ และทำให้คุณไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมได้  มารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ก็หวังว่าเราจะได้เห็นคุณไปเล่นที่ ลา ลีกา และสนุกกับการเล่นที่นั่นในเร็วๆ นี้นะ" การ์เซีย กล่าวกับ ชนาธิป

ว่อนโซเชี่ยล! หลุดคล้ายแข้งทีมชาติไทยก่อเรื่องฉาวที่เยอรมนี

โลกโซเชี่ยลกระหน่ำแชร์ ภาพหลุดหน้าคล้ายนักเตะดังไทยลีกพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ก่อเหตุฉาวเมาแล้วทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารในเยอรมนี เผยเจ้าตัวโร่ขอโทษกับเจ้าของร้านแล้ว ด้านแฟนบอลสันนิษฐานอาจเป็น ฟิลิป โรลเลอร์ หรือไม่ ?

    เกิดเหตการณ์อื้อฉาวหลังจากที่โลกโซเชียลเผยแพร่เหตุการณ์ ที่มีชายหน้าคล้ายนักเตะดังในศึกไทยลีก ก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเยอรมนี จนร้านได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เจ้าของร้านพร้อมเอาผิดถึงที่สุด

    โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก "นัยนา โรท" ได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี และโพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา มีนักฟุตบอลรายนี้พร้อมเพื่อนอีก 2 คน มารับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้ และมีอาการมึนเมา จนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน เจ้าของร้านขอให้กลับบ้าน เนื่องจากไม่สามารถเปิดร้านเกินเวลาได้ แต่กลุ่มของนักฟุตบอลทีมชาติคนนี้ไม่พอใจ จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น

    ทั้งนี้ส่งผลให้ข้าวของในร้านเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งแข้งรายนี้ยังมีการตะโกนด่าทอผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งสุดท้ายต้องเรียกตำรวจพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาท, ทำร้ายร่างกาย และทะเลาะวิวาท โดยเจ้าของร้านดังกล่าวยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะติดต่อเพื่อขอโทษก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม ภาพที่หลุดอออกมานั้น แฟนบอลในโซเชียลต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ พร้อมกับสันนิษฐานว่า มีความคล้ายคลึงกับ ฟิลิป โรลเลอร์ วิงแบ็คกัปตันทีมของราชบุรี มิตรผล เอฟซี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เนื่องจากเจ้าตัวยังพักผ่อนอยู่ที่ประเทศเยอรมนีในเวลานี้นั่นเอง

เตรียมฉลอง!สื่อกาวันลิเวอร์พูลมีสิทธิ์ได้แชมป์-เผยเวลาเตะ 2 นัดแรก

สาวก "เดอะ ค็อป" เตรียมตัวให้พร้อม… ล่าสุดมีโปรแกรมหลุดออกมาแล้ว ลิเวอร์พูล ได้คิวฟาดแข้งกับ เอฟเวอร์ตัน วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเกมที่ "หงส์แดง" ได้การันตีตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก
    มีการเปิดเผยออกมาแล้วว่า เกมแรกของ ลิเวอร์พูล สำหรับการรีสตาร์ทซีซั่นศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีโปรแกรมบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมืองนั้น ได้คิวลงเตะวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน (คิกออฟเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนที่ประเทศไทยตรงกับ 01.00 น. เช้ามืดวันจันทร์) ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเกมที่ทำให้ "หงส์แดง" ได้การันตีตำแหน่งแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก เดลี่ เมล สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล รั้งตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ด้วยการมีคะแนนทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสองถึง 25 แต้ม ดังนั้นเท่ากับว่า ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการชัยชนะอีกแค่ 2 เกมเท่านั้น ก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาครองเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

     อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" อาจจะได้ฉลองแชมป์ทันทีตั้งแต่เกมแรกของการรีสตาร์ท ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ แพ้ อาร์เซน่อล ในวันพุธที่ 17 มิถุนายน และ ลิเวอร์พูล เอาชนะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ได้ในอีก 4 วันต่อมา เพราะคะแนนจะทิ้งขาดเรียบร้อย โดย "เรือใบสีฟ้า" ไม่มีทางไล่ ลิเวอร์พูล ทัน สำหรับช่องว่าง 28 แต้ม (85 กับ 57 แต้ม) กับโปรแกรมที่เหลืออีก 9 นัด

    นอกจากนี้ เดลี่ เมล ยังระบุว่า เกมถัดไปของ ลิเวอร์พูล ที่จะเจอกับ คริสตัล พาเลซ (เหย้า) นั้น ได้คิวลงเตะวันพุธที่ 24 มิถุนายน (20.15 น. เวลาท้องถิ่น)

ลิเวอร์พูล,แมนยูเงิบ!เบนฟิก้าตั้งค่าหัว “วินิซิอุส” แพงเวอร์

เจอแบบนี้ ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องถอย… หลุยส์ ฟิลิเป้ วิเอยร่า บอสใหญ่ เบนฟิก้า คอนเฟิร์มค่าตัวของ คาร์ลอส วินิซิอุส หัวหอกฟอร์มร้อน เรียบร้อย พร้อมโวมีบางสโมสรทาบทามเข้ามาแล้วด้วย
   
หลุยส์ ฟิลิเป้ วิเอยร่า ประธาน เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ยืนยันว่า ทีมตนจะพิจารณาขาย คาร์ลอส วินิซิอุส กองหน้าตัวเก่ง ที่ราคา 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เท่านั้น

    ฤดูกาลนี้ วินิซิอุส โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น หลังกระทุ้ง 20 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 36 นัด จนมีข่าวได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ซึ่งล่าสุด บอสใหญ่ "เหยี่ยวลิสบอน" ยืนยันว่า มีสโมสรทาบทามเข้ามาแล้ว แต่ข้อเสนอยังไม่โดนใจ 

     "จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ผมได้รับข้อเสนอ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) สำหรับการขอซื้อตัว วินิซิอุส แต่ผมไม่ขาย เพราะเขามีค่าตัวอยู่ที่ 100 ล้านยูโร" วิเอยร่า กล่าว

    ปัจจุบัน หัวหอกเลือดแซมบ้าวัย 25 ปี เหลือสัญญากับ เบนฟิก้า อีก 4 ปี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ครองแชมป์นักกีฬาทำเงินจาก ไอจี สูงสุดในโลกช่วงล็อกดาวน์

      คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกคนดังของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่ เซเรีย อา อิตาลี ตอกย้ำถึงความเป็นซูเปอร์สตาร์ด้วยการขึ้นแท่นเป็นนักกีฬาที่ทำเงินจาก อินสตาแกรม เป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วงล็อกดาวน์ จากรายงานของ givemesport.com เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563

        การระบาดของเชื้อ COVID-19 ถือว่าส่งผลกระทบต่อทุกอาชีพทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่นักกีฬา อย่างไรก็ตามเหล่านักกีฬาชื่อก้องโลกก็ยังสามารถทำเงินได้จากค่าโฆษณาใน อินสตาแกรม ส่วนตัวด้วยการโพสต์เกี่ยวกับสินค้าของบรรดาสปอนเซอร์​ต่าง ๆ

        ซึ่งมีรายงานว่าในช่วงล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม – 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โรนัลโด้ ทำเงินจากค่าโฆษณาใน อินสตาแกรม อยู่ที่ 470,584 ปอนด์ ต่อการโพสต์ 1 ครั้ง และได้รายได้รวมสูงถึง 1,882,336 ปอนด์

        ขณะที่ "ไอจี" ของ "ซีอาร์7" มีผู้ติดตามสูงกว่า 222 ล้านราย งานนี้จึงทำให้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส กลายเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้จากอินสตาแกรมสูงที่สุดในโลก

        ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์อาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลนา ทำเงินอยู่ที่ 324,843 ปอนด์ ต่อ 1 โพสต์ โดยได้รายได้รวมอยู่ที่ 1,299,373 ปอนด์

        และอันดับ 3 ตกเป็นของ เนย์มาร์ ดาวยิงคนดัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทำเงินอยู่ที่ 298,053 ปอนด์ ต่อ 1 โพสต์ โดยได้รายได้รวมอยู่ที่ 1,192,211 ปอนด์

        นอกจากนี้ ชาคีล โอนี ตำนานนักบาสเกตบอล NBA ชื่อดัง ถือเป็นนักกีฬาเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่นักฟุตบอลที่สามารถขึ้นไปติดท็อป 5 โดยอยู่ในอันดับ 4 ส่วนทาง เดวิด เบ็คแฮม ตำนานดาวเตะเท้าช่างทองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามมาอยู่ในอันดับ 5

ปธ.แอต.มาดริด ชี้ ทีมควรได้แชมป์ หาก UCL แข่งต่อไม่ได้

หัวเรือใหญ่ทีมตราหมีกลายเป็นประเด็นข่าว หลังไปให้สัมภาษณ์ว่าทีมของเขาควรได้แชมป์ หากศึกแชมเปี้ยนส์ลีกแข่งต่อไม่ได้

เอ็นริเก้ เซเรโซ ประธานของ แอตเลติโก้ มาดริด มองว่า ทีมของเขาควรได้แชมป์ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก หากรายการนี้กลับมาแข่งขันต่อไม่ได้

ยูฟาอยู่ระหว่างพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ จากเดิมที่จะลงเล่นแบบเหย้า-เยือนในรอบน็อคเอาท์ จะเปลี่ยนมาเป็นเกมแบบมินิทัวร์นาเมนต์ (นัดเดียวจบ) คล้ายกับศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ตั้งแต่ในรอบ 8 สุดท้ายทีมเป็นต้นไป โดยจะให้ทุกทีมเดินทางมาปักหลักแข่งในเมืองเดียวกัน โดยตอนนี้เล็งกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เอาไว้

อย่างไรก็ดี หากมันเกิดเหตุสุดวิสัยจริง ๆ จนกลับมาแข่งต่อไม่ได้ เซเรโซมองว่าทีมตราหมีควรได้ชูถ้วยแชมป์ เพราะพวกเขาล้มทีมแชมป์อย่างลิเวอร์พูลมาได้

"ยังเหลือโปรแกรมในรอบน็อคเอาท์บางคู่ที่ยังแข่งไม่จบ, เกมในรอบ 8 ทีม, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ เราเข้าใจว่ายูฟาพยายามจัดการแข่งขันทุกเกมในเมืองเดียวกัน มีการพูดถึงประเทศโปรตุเกสและสเปน" เซเรโซ เผยผ่านสถานีวิทยุ Onda Cero

"แต่นี้เรายังไม่รู้อะไร อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราต้องให้ความสนใจคือ เงื่อนไขสมมติที่ว่าแชมเปี้ยนส์ลีกลงเล่นต่อไม่ได้ เพราะไวรัสโคโรนา"

"ในกรณีนี้ ทีมแชมป์ควรเป็นทีมที่เอาชนะทีมแชมป์เก่าได้"

ทั้งนี้ ยูฟาจะตัดสินใจเรื่องรูปแบบการแข่งขันของแชมเปี้ยนส์ลีก ในการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 17 มิถุนายน